กีฬามวยปล้ำเริ่มได้รับความสนใจในสมัยกลางอีกครั้งหนึ่ง หลังจากซบเซาในยุคมืดและได้รับความนิยมมากในศตวรรษที่ 18 มีบันทึกเรื่องราวที่กล่าวถึงมวยปล้ำมากมาย รวมทั้งเรื่องเล่าเกี่ยวกับการต่อสู้มวยปล้ำระหว่างพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ของอังกฤษ กับพระเจ้าฟรานซิสที่ 1 ของฝรั่งเศส ที่สนามโคลัช ออฟโกลด์

ซึ่งกีฬามวยปล้ำได้รับความสนใจในส่วนต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะทางตะวันตกของยุโรปสหรัฐอเมริกา และดินแดนที่ชาวยุโรปเข้าไปตั้งหลักแหล่ง มีการจัดชิงแชมป์เปี้ยนตามภาคพื้นต่างๆ ของโลก มวยปล้ำจึงเป็นกีฬาที่ทำให้เกิดกีฬาการต่อสู้หลายๆ ประเภทในเวลาต่อมา

กติกามวยปล้ำ

มวยปล้ำเป็นกีฬาที่มีการแข่งขันมาแต่โบราณ ตั้งแต่สมัยกรีกและโรมัน ในกีฬาโอลิมปิกจะมีการแข่งขันอยู่ 2 ประเภทคือ ฟรีสไตล์ และเกรโค-โรมัน (Greco Roman) ผู้เข้าแข่งขันจะแข่งขันกันเป็นรอบ จนกระทั่งถึงรอบสุดท้าย ซึ่งจะเหลือผู้เข้าแข่งขัน 3 คน การตัดสินจะใช้ระบบคะแนน โดยผู้ที่ถูกตัดคะแนนน้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะ

สนามแข่งขัน

สนามที่ใช้สำหรับการแข่งขันจะมีพื้นที่ 12 ตารางเมตร เขตต่อสู้จะเป็นพื้นที่ล้อมรอบด้วยวงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 เมตร และจะมีวงกลมชั้นในซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ที่มุมด้านทะแยงของสนามแข่งขันจะเป็นมุมของคู่แข่งขัน ซึ่งจะทำเครื่องหมายไว้ด้วยสีน้ำเงินด้านหนึ่ง และสีแดงอีกด้านหนึ่ง พื้นสนามอาจยกสูงขึ้นก็ได้ แต่ต้องสูงจากพื้นไม่เกิน 1.1 เมตร

เจ้าหน้าที่

ประกอบด้วย 1. กรรมการผู้ห้ามบนเวที 2. ประธานกรรมการ 3. กรรมการให้คะแนน 4. กรรมการรักษาเวลา

ประธานกรรมการ จะทำหน้าที่ควบคุมการแข่งขัน และเป็นผู้ชี้ขาดหากมีการขัดแย้งระหว่างกรรมการผู้ตัดสิน และกรรมการให้คะแนนเกี่ยวกับผลการแข่งขัน

กรรมการผู้ห้ามบนเวที จะทำหน้าที่ควบคุมการแข่งขันบนเวที โดยจะสวมเสื้อสีขาวและมีปลอกแขนข้างหนึ่งเป็นสีแดงอีกข้างหนึ่งเป็นสีน้ำเงิน ทำหน้าที่เริ่มและยุติการแข่งขัน และเป็นผู้ประกาศผลผู้ชนะ

กรรมการให้คะแนน ทำหน้าที่เก็บรักษาและลงคะแนนในใบให้คะแนนช่วยกรรมการผู้ตัดสินในการตัดสิน และช่วยแจ้งการทำผิดหรือการทำคะแนนได้ในกรณีที่กรรมการผู้ตัดสินมองไม่เห็น โดยยกป้ายสีแดงหรือน้ำเงินเพื่อแจ้งให้กรรมการผู้ตัดสินทราบ

การแต่งกาย

ผู้เข้าแข่งขันจะสวมชุดที่เป็นผ้าชิ้นเดียวรัดรูป คนหนึ่งสีแดงอีกคนหนึ่งสีน้ำเงิน และต้องสวมเครื่องป้องกันอวัยวะสำคัญ อนุญาตให้ใช้ปลอกเข่าได้ รองเท้าให้ใช้แบบหุ้มข้อไม่มีส้นหรือไม่มีส่วนใดทำด้วยโลหะ ห้ามทาตัวด้วยน้ำมันหรือของลื่นต้องโกนหนวดและเครา ยกเว้นหนวดเคราที่ขึ้นอยู่แล้วหลายเดือน และเล็บมือต้องตัดสั้น

ระยะเวลาการแข่งขัน

การแข่งขันแต่ละคู่ใช้เวลาการปล้ำ 3 ยก ยกละ 3 นาที นอกจากจะมีการชนะกันเกิดขึ้นก่อน ระหว่างการแข่งขัน กรรมการรักษาเวลาจะแจ้งเวลาให้ทราบทุก ๆ นาที และจะสั่นระฆังเป็นสัญญาณเมื่อหมดเวลา ซึ่งกรรมการผู้ตัดสินจะแสดงสัญญาณโดยการเป่านกหวีด การปล้ำหลังจากสัญญาณระฆังหรือนกหวีดดังจะไม่ถือเป็นผลการแข่งขัน ในระหว่างพักยกผู้เข้าแข่งขันอาจได้รับคำแนะนำ และการนวดตัวจากโค้ชหรือพี่เลี้ยงได้จนถึงอีก 5 นาทีก่อนระฆังสัญญาณจะดังขึ้น การแข่งขันจะยุติลงหากมีการหยุดชะงักเกิน 5 นาที

การให้คะแนน

ผู้เข้าแข่งขันที่สามารถทำให้คู่ต่อสู้ล้มลง หรือได้คะแนนมากกว่าจะเป็นผู้ชนะการแข่งขัน ถ้าคะแนนเท่ากันหรือต่างกันน้อยกว่า 1 คะแนน จะถือว่าการแข่งขันนั้นเสมอกัน

กรรมการผู้ให้คะแนนจะต้องบันทึกคะแนนลงในแบบฟอร์มให้คะแนนตามเกณฑ์ต่อไปนี้

  1. คะแนนสำหรับผู้ที่สามารถทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงสู่พื้น และควบคุมบนหลังคู่ต่อสู้ได้ เปลี่ยนจากท่าเสียเปรียบเบื้องล่างมาอยู่เบื้องบนได้ สามารถจับคู่ต่อสู้ได้ถูกวิธี แต่ไม่ทำให้คู่ต่อสู้ในตำแหน่งอันตราย หรือให้คะแนนแก่ผู้ที่คู่ต่อสู้ถูกทำโทษ โดยการเตือนหรือถูกตัดคะแนน
  2. คะแนนสำหรับผู้ที่สามารถทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงจากท่ายืน และทำให้คู่ต่อสู้อยู่ในท่าอันตรายได้ไม่น้อยกว่า 5 วินาที สามารถทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงอย่างรวดเร็วหรือให้แก่ผู้ที่สามารถทำให้คู่ต่อสู้ล้มกลิ้งจากไหล่ข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง
  3. คะแนนสำหรับผู้ที่สามารถทำให้คู่ต่อสู้อยู่ในท่าอันตรายได้นานกว่า 5 วินาที (ไหล่ทั้งสองทำมุมกับพื้นน้อยกว่า 90 องศา)
  4. คะแนนสำหรับท่าทุ่มสวยงาม และสำหรับผู้ที่ทำให้คู่ต่อสู้อยู่ในท่าอันตรายโดยตรงและทันทีตั้งแต่ 5 วินาทีขึ้นไป

การดำเนินการแข่งขัน

ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม ผู้เข้าแข่งขันทั้งคู่ต้องจับมือกันกลางเวทีก่อน แล้วจึงกลับไปยืนรอที่มุมจนกว่ากรรมการผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน ซึ่งทั้งคูจะต้องเริ่มการปล้ำจากท่ายืน แม้ว่าในบางขณะผู้เข้าแข่งขันคนใดจะถูกจับมือล็อคลงนอนกับพื้น ถ้าหากกรรมการสั่งแยกหรือหมดยก เมื่อเริ่มปล้ำใหม่ก็จะยังคงใช้ท่ายืนอยู่เหมือนเดิม แต่ถ้าผู้เข้าแข่งขันผู้นั้นออกนอกเวที เขาจะต้องกลับเข้ามาเริ่มต้นแข่งขันใหม่ด้วยท่าคุกเข่า โดยผู้เข้าแข่งขันที่ออกนอกเวทีจะต้องอยู่ในท่าคุกเข่าให้มือและเข่าห่างกันอย่างน้อย 20 เซนติเมตร แล้วให้ผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่งยืนและวางมือทั้งสองบนหลัง เมื่อกรรมการผู้ตัดสินเป่านกหวีดจึงจะเริ่มทำการปล้ำต่อไปได้

การแจ้งอันตราย

อันตรายจะเกิดขึ้นเมื่อมีการล้มลงเกิน 90 องศา หลังแตะพื้นเวที เช่น ถูกล็อคตัวโค้งแบบสะพาน พยายามหลบเลี่ยงจากการทำให้ล้ม โดยใช้ศอกเพื่อให้ไหล่พ้นพื้นเวที สัมผัสพื้นเวทีด้วยไหล่ข้างหนึ่ง โดยไหล่อีกข้างหนึ่งเอนผ่าน 90 องศาในแนวดิ่งกับไหลอีกข้างหนึ่ง หรือเมื่อถูกพลิกตัวคว่ำท้อง หรือออกแตะพื้นเวที กรรมการผู้ตัดสินจะนับ 1 ถึง 5 เมื่อเห็นว่าผู้เข้าแข่งขันอยู่ในท่าที่อันตราย

อันตรายจะเกิดขึ้นเมื่อมีการล้มลงเกิน 90 องศา หลังแตะพื้นเวที เช่น ถูกล็อคตัวโค้งแบบสะพาน พยายามหลบเลี่ยงจากการทำให้ล้ม โดยใช้ศอกเพื่อให้ไหล่พ้นพื้นเวที สัมผัสพื้นเวทีด้วยไหล่ข้างหนึ่ง โดยไหล่อีกข้างหนึ่งเอนผ่าน 90 องศาในแนวดิ่งกับไหลอีกข้างหนึ่ง หรือเมื่อถูกพลิกตัวคว่ำท้อง หรือออกแตะพื้นเวที กรรมการผู้ตัดสินจะนับ 1 ถึง 5 เมื่อเห็นว่าผู้เข้าแข่งขันอยู่ในท่าที่อันตราย

การปล้ำที่บริเวณขอบเวที

ในระหว่างการปล้ำ ถ้าผู้เข้าแข่งขันที่ถูกจับกดอยู่เบื้องล่างยังอยู่ในเขตเวที การปล้ำจะยังคงดำเนินต่อไป การปล้ำจะหยุดเมื่อผู้เข้าแข่งขันทั้งสองออกนอกเวที (เริ่มต้นด้วยท่ายืน) ศีรษะหรือไหล่ของผู้เข้าแข่งขันที่อยู่เบื้องล่างออกนอกเวที หรือเป็นผลจากการปล้ำที่ทำให้ศีรษะของผู้เข้าแข่งขันที่อยู่เบื้องล่างแตะพื้นนอกเวที

Close