10 การเซ็นต์สัญญาที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของทีม ทอตนัมฮอตสเปอร์ (Tottenham Hotspur)

ทอตนัมฮอตสเปอร์ใครสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ลูกหนังมายาวนานและเป็นทีมในดวงใจของใครอีกหลายคน แต่บุคคลที่เรากำลังจะพูดถึงคือคนที่มาเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของทีม ทอตนัมฮอตสเปอร์

การเซ็นต์สัญญาที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของทีม ทอตนัมฮอตสเปอร์

ทอตนัมฮอตสเปอร์ใครสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ลูกหนังมายาวนานและเป็นทีมในดวงใจของใครอีกหลายคนโดยเฉพาะพี่ตูนย์ที่ชื่นชอบทีมนี้เอามากๆ ซึ่งทีมนี้ก็มักจะมีผู้เล่นระดับเทพไม่กี่คนก็ถูกซื้อไปทำให้สรโมสร

ค่อนข้างย่ำไปข้างหน้าได้ช้า แต่บุคคลที่เรากำลังจะพูดถึงคือคนที่มาเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของทีม ทอตนัมฮอตสเปอร์

 

เลดลีย์ คิง
ledley-king
  1. Ledley King ย้ายทีมจาก เซนราบ เอฟซี (เยาวชน) ปี 1999–2012

กล่าวกันว่าหากเขาไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนคงจะกลายเป็นกองหลังที่ดีที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษไปแล้ว แข้งผิวสีรายนี้เป็นหนึ่งในนักเตะที่จงรักภักดีต่อสเปอร์มากที่สุดคนหนึ่ง โดยไก่เดือยทองไปได้ตัวเขามาตั้งแต่ปี 1996

สมัยที่เป็นเยาวชนอยู่ทีม Senrab และก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ในปี 1999-2012 ลงไป 268 เกม แม้ว่าช่วงหลังในฤดูกาล 2007-08 และ 2010-11ที่เจ้าตัวเริ่มบาดเจ็บและลงสนามไปแค่ไม่กี่เกมเท่านั้น

 

เท็ดดี้ เชอริงแฮม
Teddy-Sheringham
  1. Teddy Sheringham ย้ายทีมจาก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ (2.1 ล้านปอนด์) ปี 1992–1997,2001–2003

ในเดือน มิถุนายนปี 1997 เชอร์ริงแฮมก็ได้ย้ายทดแทนอีริค คันโตนาที่โณงละครแห่งความฝัน ด้วยค่าตัว ก่อนที่จะหมดสัญญากับแมนยูในปี 2001 ตำนานกองหน้าทีมชาติอังกฤษอยู่กับไก่เดือยทอดถึงสองครั้งสองครา

โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 1992 ที่สเปอร์ไปดึงแข้งผู้ดีรายนี้มาจากน็อตติงแฮม ฟอเรสด้วยค่าตัว 2.1 ล้านปอนด์ และย้ายกลับมาถิ่นไวท์ฮาร์ทเลนแบบฟรีๆ โดยเชอร์ริงแฮมลงให้ไก่เดือยทองรวมทั้งหมด 230 นัด ยิง 98 ประตู

 

อูว์โก โยริส
Hugo Lloris
  1. Hugo Lloris ย้ายทีมจาก โอลิมปิก ลียง (10 ล้านปอนด์) ปี 2012 – ปัจจุบัน

ผู้รักษาประตูชาวเมืองน้ำหอมรับบทบาทกัปตันทีมให้กับทั้งในทีมชาติและกับสโมสรท็อตแนมฮอตสเปอร์ โดยเจ้าตัวย้ายสู่ถิ่นไวท์ฮาร์ดเลนเมื่อปี 2012 ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์จากโอลิมปิกลิยง

โดยผลงานหลักๆของเขาคือการพาสเปอร์ขัยบขึ้นมาจากกลางตารางขึ้นมาเป็นทีมอันดับต้นๆในลีก และได้รับความไว้วางใจให้ลงเฝ้าเสาไปแล้วมากกว่า 140 เกม

 

เยือร์เกิน คลินส์มัน
Jurgen Klinsmann
  1. Jurgen Klinsmann ย้ายทีมจาก โมนาโก (2 ล้านปอนด์) ปี 1994–1995 ,1997–1998

โดยหนที่หนึ่งนั้นเจ้าฉลามขาวย้ายมาจากโมนาโกด้วยค่าตัว 2 ล้านปอนด์ ซึ่งสร้างเสียงวิจารณ์ในหมู่แฟนบอลเป็นอย่างมากเนื่องจากเมื่อฟุตบอลโลกปี 90 ศูนย์หน้าระดับตำนานของทีมอินทรีเหล็กเคยมาค้าแข้งอยู่กับไก่เดือยทองเป็นช่วงเวลาสั้นๆ

ถึงสองครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1994-95 และอีกครั้งด้วยสัญญายืมตัวในปี 1997-98 เขาเคยสร้างวีระกรรมพุ่งล้มไว้ในเกมที่เยอรมันตะวันตกชนะทีมอังกฤษ ตลอดการค้าแข้งของครินส์มันต์ที่สเปอร์รอบแรกยิงไป 21 ลูกจาก 41 เกม รอบสองยิงไป 9 ลูกจาก 15 เกม

 

เกล็น ฮอดเดิ้ล
Football – 1981 / 1982 First Division – Tottenham Hotspur 3 Southampton 2
Spurs’ Glenn Hoddle on the ball at White Hart Lane.
  1. Glenn Hoddle ย้ายทีมจาก วัตฟอร์ด (เยาวชน) ปี 1975–1987

โดยกองกลางทีมชาติอังกฤษลงสนามในเสื้อสีขาวไปมากกว่า 377 นัด กดไป 88 ตุง ก่อนจะย้ายสู่อ้อมอกของโมนาโกในปี 87 เบ็ดเสร็จเวลาที่อยู่ถิ่นไวท์ฮาร์ทเลนทั้งหมด 12 ฤดูกาล ตำนานของทีมไก่เดือยทองเซ็นต์สัญญาเข้าเล้าตั้งแต่ปี 1975

โดยสมัยนั้นเจ้าตัวเป็นเพียงเยาวชนของทีมชุดเล็ก และหลังจากนั้นเป็นต้นมาฮอดเดิลก็พาทีมสู่แชมป์เอฟเอคัพถึง 2 สมัยติดต่อในปี 81 และ 82 และเมื่อแขวนสตั๊ดเจ้าตัวก็หวนกลับมารับงานที่สเปอร์อีกครั้งในฐานะโค้ชเมื่อปี 2001

 

ลูคา มอดริช
Luka Modric
  1. Luka Modric ย้ายทีมจาก ดินาโม ซาเกร็บ (16.5 ล้านปอนด์) ปี 2008–2012

ถึงแม้ว่าจะไม่เคยได้แชมป์ใดๆร่วมกับทีมแต่โมดริขก็เป็นตัวหลักในการยกระดับพาต้นกังกัดทยานขึ้นสู่หัวตารางและได้โควต้าไปเล่นในถ้วยยุโรปอย่างต่อเนื่อง  ยอดเพลเมกเกอร์ชาวโครแอตเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของสเปอร์ตลอด 4 ปี

โดยไก่เดือยทองไปได้เพชรเม็ดงามรายนี้มาจากดินาโม ซาเกร็บ ด้วยค่าตัว 16.5 ล้านปอนด์ จนมาในปี 2012 ที่สเปอร์ได้กำไรจากแข้งรายนี้เกือบเท่าตัว เมื่อเรอัล มาดริดมาขอซื้อตัวไปด้วยเงิน 30ล้านปอนด์

 

แฮร์รี เคน
Harry Kane Tottenham
  1. Harry Kane ย้ายทีมจาก วัตฟอร์ด (เยาวชน) ปี 2009–ปัจจุบัน

น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ลงสนามอวดฝีเท้าเลยจนกระทั่งปี 2014–15 ที่ก้าวขึ้นมาติดทัพตัวจริงและระเบิดฟอร์มถล่มไปถึง 21 ประตู คว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีไปนอนกอด ถัดมาในฤดูกาล 2015-16

เคนเพิ่งจะโด่งดังได้ไม่กี่ปี แต่ก็เป็นความดังชั่วข้ามคืนในระดับที่หาตัวจับได้ยาก โดยเจ้าตัวอยู่กับทีมเยาวชนของสเปอร์มายาวนานและติดทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2009 ก็ยังฟอร์มแรงต่อเนื่องท่ามกลางสายตานับล้านคู่ที่จับตามอง เขากดไป 25 ประตู พาไก่เดือยทองจบอันดับ 3 และได้รางวัลดาวซัลโวไปประดับบ้าน

 

พอล แกสคอยน์
Paul Gascoigne
  1. Paul Gascoigne ย้ายทีมจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (2.2 ล้านปอนด์) ปี 1988–1992

สมัยปัจจุบันแกสซ่ากลายเป็นชายตกอับติดสุราเรื้อรังเหมือนคนจรจัดแต่หากย้อนไปสมัยหนุ่มๆนั้น เขาคือแข้งฝีเท้าดีคนหนึ่งของโลกลูกหนังอังกฤษ โดยในปี1988

ไก่เดือยทอยไปดึงมิดฟิลล์ดาวรุ่งคนหนึ่งจากทีมสาลิกาดงมาด้วยค่าตัว 2.2ล้านปอนด์ และตลอด 4 ปีที่ไวท์ฮาร์ดเลน แกสคอยน์ก็ต่อบแทนด้วยการพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพปี1991 ก่อนจะย้ายไปลาซิโอด้วยค่าตัว 5.5 ล้านปอนด์

ฝากผลงาน 19 ประตูใน92เกมไว้ให้แฟนสเปอร์รุ่นต่อมาได้ชื่นชม

 

แกรี่ ลินิเกอร์
Gary Lineker
  1. Gary Lineker ย้ายทีมจาก บาร์เซโลน่า (1.1 ล้านปอนด์) ปี 1989–1992

พิธีกรคนดังของรายการแมตต์ออฟเดอะเดย์ทางช่องฺBBC เคยเชียร์เลสเตอร์อย่างออกหน้าออกตาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เนื่องจากเป็นทีมที่เจ้าตัวเติบโตมา แต่ในขณะเดียวกันอีกทีมที่ตำนานกองหน้ารายนี้แอบเอาใจช่วยไม่แพ้กันนั้นก็คือ

ท็อตแนมฮอตสเปอร์นั้นเอง โดยลินิเกอร์ถูกไก่เดือยทองดึงตัวมาจากบาร์เซโลนาด้วยราคา 1.1ล้านปอนด์และเคยเล่นอยู่ที่ไวท์ฮาร์ทเลนนาน 3 ฤดูกาล ก่อนที่จะย้ายสลับขั้วไปเล่นให้นาโกยา แกมปัส ในเจลีก ด้วยความตัว 2 ล้านปอนด์ ฝากผลงานไว้ที่สเปอร์ 67 ประตูจาก105 เกม และมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพปี91

 

แกเร็ธ เบล
Gareth Bale
  1. Gareth Bale ย้ายทีมจาก เซาธ์แฮมป์ตัน (5 ล้านปอนด์) ปี 2007–2013

เมื่อปี2013 ปีกวานรย้ายออกจากไวท์ฮาร์ทเลนด้วยค่าตัวสถิติโลก ณ เวลานั้นที่ 100.8ล้านยูโร หรือ85.1ล้านปอนด์ ซึ่งนับว่าคุ้มมากๆถ้าบอกว่าไก่เดือยทองได้แข้งรายนี้มาด้วยการจ่ายแค่ 5 ล้านปอนด์

ให้กับเซาแธมตัน ซึ่งตอนแรกที่มาอยู่สเปอร์ เบลล์รับบทบาทเป็นฟูลแบ๊คฝั่งซ้าย แต่ด้วยสปีดชนิดเร็วกว่าแสงบวกกับการเติมเกมรุกที่น่ากลัวทำให้เริ่มขยับเป็นวิงค์แบ๊กและกลายเป็นปีกอย่างสมบูรณ์ในที่สุด เบลล์อยู่กับสเปอร์ 6 ฤดูกาลยิงไป42ประตูจาก 146 เกม

 

Close